"บาส-ปอป้อ" ไม่พลาดตบเฉือนชัยหวุดหวิด ทะลุรอบชิงชนะเลิศ "เมย์" เสียดายปิดไม่ลงพ่ายเต็ง 1 ศึก โตโยต้า ไทยแลนด์ โอเพ่น

 

23 มกราคม 2564 – การแข่งขันแบดมินตันรายการ "โตโยต้า ไทยแลนด์ โอเพ่น" ทัวร์นาเมนต์เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 1000 ชิงเงินรางวัลรวม 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 30,100,000 บาท ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ในรูปแบบนิวนอร์มอลภายใต้มาตรการคุ้มเข้มเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยไม่อนุญาตให้แฟนแบดมินตันและผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าภายในสนามโดยเด็ดขาด โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 23 ม.ค. เป็นการลงสนามแข่งขันวันที่ห้าในรอบรองชนะเลิศ

ประเภทคู่ผสมรอบรองชนะเลิศ "บาส" เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ "ปอป้อ" ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่มือวางอันดับ 1 ของรายการ คู่มืออันดับ 3 ของโลก ลงสนามพบกับ ซาวีไซราท รานกิเรดดี้ กับ อาชวีนี่ พอนนัพพา คู่มืออันดับ 36 ของโลกจากอินเดีย สำหรับสถิติในการพบกันของทั้งคู่ก่อนหน้านี้เคยพบกันมาทั้งหมด 2 ครั้ง เป็นทาง เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี ที่ทำผลงานได้เหนือกว่าเก็บชัยชนะไปได้ทั้งหมด ล่าสุดในศึก เจแปน โอเพ่น 2019 เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี เอาชนะมาได้

              ในแมทช์นี้เกมการแข่งขันทั้งคู่ต่างผลัดกันทำคะแนนได้อย่างสนุกคู่คี่สูสีก่อนที่ เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี จะมาช่วยกันฮึดทำคะแนนแซงชนะไปได้หวุดหวิด 2-1 เกม 22-20 ,18-21, 21-12 ใช้เวลาแข่งขัน 59 นาที เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับ แช ยูจุง กับ โซว ซองแจ คู่มือวางอันดับ 4 ของรายการ คู่มืออันดับ 6 ของโลกจากเกาหลีใต้ สำหรับสถิติในการพบกันระหว่างคู่ของ เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี กับทางด้านแช ยูจุง กับ โซว ซองแจ ก่อนหน้านี้เคยพบกันมาทั้งหมด 8 ครั้ง เป็นทาง เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี ที่ทำผลงานได้เหนือกว่าเก็บชัยชนะไปได้ 5 ครั้ง ล่าสุดในรอบรองฯศึก โยเน๊กซ์ ไทยแลนด์ โอเพ่น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คู่ของ เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี เฉือนเอาชนะมาได้ 2-1 เกม

              บาส-เดชาพล และ ปอป้อ-ทรัพย์สิรี เผยว่า “ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้ เราต้องการคว้าแชมป์ เราซ้อมตามแผนที่วางกันมา 8-9 เดือน แล้วนำมาใช้และประสบความสำเร็จ สำหรับคู่นี้เคยเจอมา 2 ครั้ง แต่นานมากแล้ว ในครั้งนี้ก็มีการปรับเปลี่ยนแก้ไขข้อผิดพลาดมา ผู้ชายตีหนักมาก สิ่งที่ทำให้เราชนะได้ในแมตช์นี้คือพยายามหาช่องว่างในการวางลูกเพื่อทำแต้มให้ได้เยอะที่สุด หากตีเขามือคู่แข่งโอกาสที่เขาจะตบทำแต้มมีเยอะ”

“ในการเจอกับเกาหลีใต้ในรอบชิงชนะเลิศวันพรุ่งนี้ เราต้องเล่นตามแผนที่เราวางไว้ พยายามคุมเกมคุมสมาธิ เชื่อว่าคู่แข่งต้องเตรียมปรับเปลี่ยนแผนเพราะเคยเจอกันมาแล้ว เราก็ต้องเตรียมแก้ไขเช่นกัน ฝากแฟนๆ กีฬาเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วย เราจะพยายามคว้าแชมป์มาครองให้ได้อีก” ทั้งคู่ กล่าว

ประเภทหญิงเดี่ยวรอบรองชนะเลิศ "เมย์" รัชนก อินทนนท์ มือ 5 ของโลก และมือวางอันดับ 4 ของรายการ ลงสนามพบกับ ไถ้ ซื่อหยิง มือ 1 โลกและมือวางอันดับ 1 ของรายการ จากไต้หวัน สำหรับสถิติในการพบกันของทั้งคู่ก่อนหน้านี้เคยพบกันมาทั้งหมดมากถึง 27 ครั้ง เป็นทาง รัชนก ที่ทำผลงานได้เหนือกว่าเพียงเล็กน้อยเก็บชัยชนะไปได้ 14 ครั้ง แต่ล่าสุดในศึก เวิลด์ทัวร์ ไฟนอล 2019 ไถ้ ซื่อหยิง เฉือนเอาชนะมาได้


 

              ในแมทช์นี้เกมแรก รัชนก เป็นฝ่ายที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเร่งทำคะแนนเอาชนะไปได้ 21-12 จากนั้นในเกมที่สอง ไถ้ ซื่อหยิง เร่งสปีดเกมทำคะแนนได้เหนือกว่าจนเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้สำเร็จ 21-12 ตีเสมอเป็น 1-1 เกม ต้องมาตัดสินในเกมที่สาม

              เกมตัดสินช่วงต้นเกม ไถ้ ซื่อหยิง ยังคงทำได้เหนือกว่าออกนำ 8-3 แต่ รัชนก มาเร่งเกมบุกทำคะแนนไล่แซงขึ้นนำได้ในช่วงพักครึ่งเกม 11-10 รัชนกกลับมาเป็นฝ่ายที่คุมเกมทำคะแนนออกนำไปโดยตลอดจนเข้าสู่ช่วงปลายเกม รัชนก ขยับออกนำ 20-16 ไถ้ ซื่อหยิง ไม่ออกอาการตื่นตระหนกแต่อย่างใดพยายามไล่ทำคะแนนได้รวดเดียวมากถึงห้าคะแนนติด พลิกแซงขึ้นนำ 21-20 รัชนก มาฮึดทำคะแนนตามตีเสมอ 21-21 ก่อนที่ ไถ้ ซื่อหยิง จะมาเร่งเกมทำสองคะแนนสำคัญของแมทช์ได้สำเร็จแซงชนะไปได้ในเกมตัดสิน 23-21 ใช้เวลาแข่งขัน 59`นาที

เมย์-รัชนก เผยหลังเกมว่า “เป็นแมตช์ที่สนุก ต่างคนต่างหาจังหวะ มีช่วงที่เสียเป็นชุด ได้เป็นชุดทั้งคู่ เราสองคนรู้ทางกันดี มีลูกที่จังหวะยากกว่าเดิมทำให้เกมเปลี่ยนเสิร์ฟกันเร็ว การแข่งขันในวันนี้มาวัดช่วงท้าย ซึ่งเมย์มาอยู่ในฝั่งที่ออกลูกได้ไม่เต็มสปีด ถ้าออกแรงเกินลูกสามารถออกได้ คุมได้ยากกว่าอีกฝั่งหนึ่งซึ่งใส่ได้เต็มจังหวะ บางทีเมย์อาจวางแผนการเล่นฝั่งตามลมได้ไม่ค่อยดี ในจังหวะสโตรกเกมแรลลี่เราต้องหาจังหวะบุกให้ได้ หากเป็นฝ่ายบุกจะได้เปรียบกว่า แต่ซื่อหยิงบีบไม่ให้เมย์ได้ขึ้นไม้สูง แทงออกข้างมากกว่า โดยรวมค่อนข้างพอใจ แต่ผิดหวังช่วงท้ายที่ปิดแมตช์ไม่ได้ ตอนนั้นไประวังเกินไป ไม่อยากเสียง่าย ลูกที่ตีออกไปประสิทธิภาพแทบไม่มี ขณะที่ซื่อหยิงตีลูกออกมาได้เต็มสปีดและกล้าเล่นมากกว่า”          

              “ในเกมที่สอง ซื่อหยิง อยู่ในฝั่งที่สามารถตีลูกได้เต็มสปีดเหมือนช่วงท้ายเกมที่สาม และเมย์ยังไม่คุ้นชินกับสปีดเร็วๆ ที่เขาตีมาซึ่งเปลี่ยนไปจากเกมแรก จึงยั้งๆ มือ ทำให้คู่แข่งเล่นได้ตามเกมตัวเองง่ายกว่า ช่วงท้ายเกมที่สามไม่เชิงกดดัน แต่เราปิดเกมไม่ได้มากกว่า เคยเจอความกดดันแบบนี้บางครั้งสามารถชนะได้เลย บางครั้งก็ทำไม่ได้ ขึ้นอยู่กับจังหวะด้วย วันนี้ไม่ได้เสียใจ แต่เสียดายมากกว่า สำหรับการแข่งขันเวิลด์ทัวร์ไฟนอลส์ในสัปดาห์หน้า ผู้เล่นทั้ง 8 คน ต่างมีประสบการณ์และมีการเตรียมพร้อมที่ดี เมย์จะพยายามเตรียมตัวให้พร้อมและทำให้ดีที่สุด” รัชนก กล่าว

              สำหรับผลการแข่งขันคู่อื่นๆ มีดังนี้

ประเภทคู่ผสม แช ยูจุง กับ โซว ซองแจ คู่มือวางอันดับ 4 ของรายการ คู่มืออันดับ 6 ของโลกจากเกาหลีใต้ ชนะ หู ปังรอง กับ เซี๊ยะ ยี่ซี คู่มืออันดับ 35 ของโลกจากมาเลเซีย 21-9, 21-16

              ประเภทหญิงคู่ ลี โซฮี กับ ชิน เซืองชาน คู่มือวางอันดับ 3 ของรายการ คู่มืออันดับ 4 ของโลกจากเกาหลีใต้ ชนะ เกรเซีย โพลี่ กับ อาพริลยานี่ ราฮายู คู่มือวางอันดับ 5 ของรายการ คู่มืออันดับ 8 ของโลกจากอินโดนีเซีย 21-16, 21-18, คิม โซยอง กับ กอง ฮียอง คู่มือวาง 4 ของรายการ คู่มืออันดับ 6 ของโลกจากเกาหลีใต้ ชนะ โชว เหม่ยกวน กับ หลี่ เหม็งหยวน คู่มืออันดับ 14 ของโลกจากมาเลเซีย 21-17, 21-6

              ประเภทหญิงเดี่ยว คาโรลิน่า มาริน มือวางอันดับ 5 ของรายการ มืออันดับ 6 ของโลกจากสเปน ชนะ อัน เซยอง มือวางอันดับ 7 ของรายการ มืออันดับ 9 ของโลกจากเกาหลีใต้ 21-19, 21-15

              ประเภทชายคู่ อารอน เชี๊ยะ กับ โซ วูยิค คู่มือวาง 8 ของรายการ คู่มืออันดับ 9 ของโลกจากมาเลเซีย ชนะ ซาวีไซราท รานกิเร็ดดี้ กับ ชีราท เช็ตตี้ คู่มืออันดับ 10 ของโลกจากอินเดีย 21-18, 21-18

หลี่ หยาง กับ หวัง ฉีหลิน คู่มือวาง 6 ของรายการ คู่มืออันดับ 7 ของโลกจากไต้หวัน ชนะ โมฮาเหม็ด อัสซาน กับ เฮนดร้า เซเทียวาน คู่มือวาง 2 ของรายการ คู่มืออันดับ 2 ของโลกจากอินโดนีเซีย 14-21, 22-20, 21-12

ประเภทชายเดี่ยว ฮันส์-คริสเตียน วิตติ้งฮุส มืออันดับ 42 ของโลกจากเดนมาร์ก ชนะ อันเดรส แอนทอนเซ่น มือ 3 ของโลก และมือวางอันดับ 3 ของรายการ เพื่อนร่วมจากเดนมาร์ก 21-19, 21-8

วิคเตอร์ อเซลเซ่น มือวาง 4 ของรายการ มืออันดับ 4 ของโลกจากเดนมาร์ก ชนะ  โจว เทียนเฉิน มือวาง 2 ของรายการ มืออันดับ 2 ของโลกจากไต้หวัน 21-19,  21-15

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก และนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า การแข่งขันแบดมินตัน 3 รายการใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ที่ไทย เป็นเจ้าภาพจัด เดินทางมาได้เกือบ 2 ใน 3 แล้ว โดยในวันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศรายการ โตโยต้า ไทยแลนด์ โอเพ่น ซึ่งจะได้ทราบว่าใครจะได้แชมป์ไปครองบ้าง สำหรับรอบชิงชนะเลิศ โตโยต้า ไทยแลนด์ โอเพ่น นอกจาก แฟนๆ แบดมินตันทั้งในประเทศและทั่วโลกจะได้ชมการขับเคี่ยวกันระหว่างยอดฝีมือในการแข่งขันแล้ว ยังจะได้เห็นพิธีมอบรางวัลแบบเสมือนจริง หรือ Virtual presentation เพราะเรายังคงรักษามาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเหนียวแน่น ผู้มอบรางวัลซึ่งอยู่ภายนอก รวมถึงตัวปัทมาเองด้วย ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในบับเบิ้ล เราต้องใช้วิธีการถ่ายทำจากด้านนอกส่งเข้าไปในบับเบิ้ล”

              “ทั้งนี้ ในส่วนของการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 22 มกราคม เป็นการตรวจหาเชื้อครั้งที่ 6 ซึ่งไม่พบผู้ติดเชื้อ โดยการตรวจยังเหลืออีก 2 ครั้ง คือ วันที่ 26 และ 30 มกราคม มาถึง ณ จุดนี้ นักกีฬาที่ไม่ผ่านเข้ารอบเริ่มทยอยออกจากบับเบิ้ลแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะเดินทางกลับประเทศตนเอง ในส่วนของนักกีฬา เจ้าหน้าที่ ที่ผลการตรวจโควิด-19 ออกมาเป็นบวกก่อนหน้านี้คือนักกีฬาอียิปต์ นักกายภาพฝรั่งเศส ได้เดินทางกลับบ้านแล้ว ขณะที่ ไซ ประนีต นักกีฬาอินเดีย เดินทางกลับบ้านคืนวันที่ 23 มกราคม ส่วนผู้ฝึกสอนทีมเยอรมัน อาการดีขึ้นและกำลังรอประสานจะกลับเข้าบับเบิ้ลอีกครั้ง ส่วนนักกีฬาเดนมาร์ก เมียร์ บลิคเฟลด์ท ที่เจออุบัติเหตุโดนลูกแบดมินตันอัดเข้าบริเวณดวงตานั้น ตอนนี้รักษาอาการอยู่โรงพยาบาล ซึ่งอาการล่าสุด ความดันตาปกติแล้ว และเตรียมเดินทางกลับบ้าน”


 

              “เราดูแลนักกีฬาและคณะผู้ติดตามที่จะเดินทางกลับประเทศตนเป็นอย่างดี เราจัดให้มีการตรวจหาเชื้อโควิดในนักกีฬา เจ้าหน้าที่ ตามระยะเวลาที่กำหนด และเร่งออกเอกสารที่จำเป็นให้ทันเวลาที่นักกีฬาจะเดินทางกลับ ส่วนเรื่องการแข่งขันมีการแพ้-ชนะเป็นธรรมดา ทำให้นักกีฬาคาดเดาได้ยากเรื่องกำหนดการเดินทางกลับ บางครั้งจึงอาจจะฉุกละหุกเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ปัทมาต้องขอขอบคุณทีมแพทย์จากกรมควบคุมโรค กรมแพทย์ทหารอากาศ และ Thonburi Healthcare Group รวมทั้ง Lab ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี สถาบันบำราศนราดูร และ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ที่สามารถทำการตรวจหาเชื้อโควิดและออกเอกสารที่เกี่ยวข้องให้กับทีมนักกีฬาที่จะเดินทางกลับก่อนกำหนดได้อย่างรวดเร็ว และเราได้เตรียมรถไว้บริการส่งไปยังสนามบิน เราจะดูแลนักกีฬา เจ้าหน้าที่ทุกคน อย่างดีที่สุด”

นอกจากนี้ คุณหญิงปัทมา ยังกล่าวด้วยว่า ในระหว่างการประชุม IOC Informal Consultation หรือ การประชุมหารืออย่างไม่เป็นทางการของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ซึ่งมีประธาน โธมัส บาค เป็นประธาน เมื่อวันที่ 21 มกราคม ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ได้แสดงความชื่นชมการจัดการแข่งขันแบดมินตัน 3 รายการของไทย และจะนำไปใช้ประกอบเป็นตัวอย่างในการจัดโอลิมปิก โตเกียว 2020

              “การจัดการแข่งขันแบดมินตัน 3 รายการครั้งนี้จะเป็นข้อพิสูจน์ และเป็นตัวอย่างเชิงประจักษ์ว่า ถึงแม้จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เราก็สามารถเอาชนะวิกฤตนี้ได้ เรายังสามารถจัดการแข่งขันนานาชาติได้ ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่า โอลิมปิก โตเกียว 2020 จะต้องจัดได้อย่างแน่นอน ที่ผ่านมาผลงานของนักกีฬาไทยนับว่าน่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง ปัทมาขอย้ำว่า การที่นักกีฬาไทยได้เล่นในระดับซูเปอร์ 1000 และบางคนได้ผ่านเข้ามาถึงรอบลึกขนาดนี้ เป็นผลงานที่น่าชื่นชม ขอให้แฟน ๆ แบดมินตันชาวไทยเป็นกำลังใจให้นักกีฬาไทยด้วย”

              นอกจากนี้ คุณหญิงปัทมา ยังกล่าวถึงผลงานของนักกีฬาไทยในรอบก่อนรองชนะเลิศ ว่า ยังเป็นการทำผลงานที่ยอดเยี่ยม แม้เราจะได้เข้าชิง 1 ประเภท จากคู่ผสม บาส-เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย และพลาดท่าแพ้ไป 1 ประเภท จากหญิงเดี่ยว เมย์-รัชนก อินทนนท์ แต่โดยภาพรวมคู่ผสมไทย ก็ยังคงรักษาษมาตราฐานยอดเยี่ยม ถึงจะต้องเล่น 3 เกม แต่ก็ยังเอาตัวรอดได้สำเร็จในเกมที่ 3 กับรูปเกมที่ยังคงความยอดเยี่ยมไว้ได้เหมือนเดิม ตั้งแต่รายการแรกจนมาถึงวันนี้

“ขณะที่ รัชนก แม้จะพลาดท่าแพ้ไป แต่ทำให้เห็นถึงฟอร์มการเล่นที่กลับมายอดเยี่ยมอีกครั้งหนึ่ง รายการนี้ค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ เสียดายที่ได้ 4 แม็ตช์พอยท์ก่อนแต่ปิดไม่ได้ แต่พลาดท่าแพ้ ไถ้ ซื่อหยิง ไปอย่างหวุดหวิด แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่ในสัปดาห์หน้า รัชนก จะมีเวลาพัก 3 วัน เชื่อว่าในรายการสุดท้ายในเวิลด์ทัวร์ไฟนอลส์ เมย์ น่าจะกลับมาโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมอีกครั้งหนึ่ง ขอให้แฟนๆ ส่งกำลังใจให้ เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี ที่จะพบศึกหนักคู่ปรับเก่า แช ยูจุง กับ โซว ซองแจ ในช่วงหลังเจอกันทุกครั้งก็เล่นถึง 3 เกม ดิวซ์เกม 3 ทุกครั้ง คู่ผสมไทย เล่นมาหนักมากและสายเราหนักมาก” คุณหญิงปัทมา กล่าว

              สำหรับศึก "โตโยต้า ไทยแลนด์ โอเพ่น" จะมีการถ่ายทอดสดผ่าน 3,000 ล้านครัวเรือนทั่วโลก ส่วนในประเทศไทยสามารถชมการถ่ายทอดสดได้หลากหลายช่องทางทั้ง ทรูวิชั่นส์, ทรูโฟร์ยู, ทรู ยูทูป, ทรู เฟซบุ๊ก และทรูไอดี โดยทรูวิชั่นส์ถ่ายทอดสดทุกคู่การแข่งขัน ตั้งแต่เวลา 9.00 น. และรับชมผ่านทางทรูโฟร์ยู วันอาทิตย์ (24 ม.ค.) ระหว่างเวลา 14:30 - 17:00 น.